ค้นหาข้อมูลในบล็อก

วันเสาร์ที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

เว็บ 3.0 การผลิต Multimedia มีความสัมพันธ์กับเว็บ 3.0 อย่างไร

เว็บ 3.0 การผลิต Multimedia มีความสัมพันธ์กับเว็บ 3.0 อย่างไร
เว็บ 3.0 ถูกออกแบบมาบนพื้นฐานความเชื่อ และการวิเคราะห์พิจารณาจาก เว็บ 2.0 มีการจัดการระบบบริหารจัดการเว็บให้ดีขึ้น ง่ายขึ้น ด้วยรูปแบบ Metadata ซึ่ง เว็บ 3.0 เป็นการพัฒนา แก้ไขปัญหาในระบบ เว็บ 2.0 มากกว่าสร้างบนพื้นฐานความรู้ใหม่ โดยจะไปเน้นเรื่องการจัดการข้อมูลในเว็บมากขึ้น และเป็นระบบมากขึ้น ทำให้ผู้เข้าชมเข้าหาข้อมูลได้ดีและง่ายขึ้นนั้นเอง
สำหรับ Multimedia มีความสัมพันธ์กับเว็บ 3.0 คือ เป็นตัวช่วยสร้างให้เว็บ 3.0 มีความน่าสนใจและละเอียดมากขึ้นกว่าเดิม สามารถสื่อสารหรือให้ข้อมูลได้ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว เสียง ตัวอักษร มาได้อย่างมากมาย หลากหลายกว่าเดิม ซึ่งการจัดการก็จะมีการพัฒนาหรือปรับปรุงจากเว็บ 2.0 นั้นเอง Multimedia จะเป็นตัวนำเสนอสิ่งที่จะเสนอได้อย่างกว้างขวางมีลักษณะการแสดงผลเป็น 3 มิติ จะไปช่วยในเรื่องการจัดการข้อมูลในเว็บมากขึ้น และดีขึ้น ทำให้ผู้เยี่ยมชมสามารถ เขัาถึงเนื้อหาของเว็บได้ดีขึ้นนั้นเอง ซึ่ง Multimedia นั้นทุกคนก็จะรู้ดีมองภาพออกเลยว่าถ้าสื่อนั้นเป็น Multimedia คือพวก วีดีโอ ภาพต่างๆทั้งนิ่งและเคลื่อนไหว เสียง เมื่อเข้าไปช่วยในเว็บก็จะทำให้เว็บสมารถที่จะสื่อสารได้หลายทาง นำเสนอได้หลายทาง เรียกง่ายๆคือ Multimedia ช่วยเพิ่มความหลากหลายให้เว็บ 3.0
แนวโน้มที่ เทคโนโลยีใหม่ๆ ที่น่าจะเข้าไปมีส่วนให้การพัฒนาเว็บให้เป็น เว็บ 3.0 นั้น เท่าที่ค้นหาจากแหล่งต่างๆ ในอินเทอร์เน็ตพอจะสรุปได้คราวๆ ดังนี้
1.เขาบอกว่าเป็นยุด “Data about Data “คือการใช้ข้อมูลอธิบายหรือบอกรายละเอียดของข้อมูล หรือ METADATA นั่นเอง
2. มีการนำระบบ AI (Artificial Intelligence) มาใช้ เป็นระบบสมองกล ที่นิยายวิทยาศาสตร์มักจะนำไปใส่ไว้ในหุ่นยนต์ โดยเจ้า AI จะสามารถคาดเดาผู้ใช้งานได้ว่ากำลังค้นหา หรือคิดอะไรอยู่ ถ้าพูดถึงปัญหาในการใช้ Tag แล้ว จะมีวิธีการใดบ้างมาแก้ไข โดยทาง เว็บ 3.0 นั้นเขาบอกไว้ว่า ให้นำระบบ AI มาช่วยในการสร้าง tag เพิ่มเติมจากที่ให้เจ้าของ content สร้าง tag เอง ซึ่งลักษณะเหมือนกับตัว spider ของ Search engine ยังไงก็ไม่รู้ ซึ่งจะทำให้สามารถค้นหาข้อมูลที่ตรงกับสิ่งที่ต้องการได้มากยิ่งขึ้น
3. Semantic Web + SOA Semantic Web เป็นระบบที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆ ทั้งที่อยู่ในเว็บของผู้พัฒนาและแหล่งข้อมูลอื่นๆ ให้มีความสัมพันธ์กัน ซึ่งจะทำให้ระบบฐานข้อมูลมีขนาดใหญ่มากๆ หรืออาจทำให้เกิดฐานข้อมูลโลก ไปเลยก็ได้ ตรงนี้พูดถึงการ Share Data, Service ต่างๆ เข้าด้วยกัน ไม่แน่ว่าเรื่องการละเมิดสิขสิทธิ์จะมีเยอะขึ้นหรือเปล่า
4. Web 3D ตรงนี้น่าตื่นเต้นน่าดู น่าสนใจมากเลยค่ะ เพราะว่ามีการนำเทคโนโลยี 3 มิติหรือ3dนั้นเองเข้ามามีบทบาทมากขึ้น เป็นสิ่งเรียกความสนุกน่าตื่นเต้นในการเข้าชม
5. Scalable vector graphics (SVG) ตัวนี้น่าสนใจมากๆ เพราะว่าเป็นเทคโนโลยีของการสร้างรูป based-on XML
6. Semantic Wiki นึกภาพของเว็บ wikipedia นะค่ะ เวลาเราอ่านข้อมูลใดๆ แล้วเจอ keyword ในหน้านั้น แทนที่เราจะเอา keyword ตัวนั้นไปค้นหา มันก็จะแสดงข้อมูลให้เราโดยที่ข้อมูลนั้นจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เรากำลังอ่านอยู่ Semantic Wiki คำว่า Wiki นี้ เราเริ่มเห็นๆ ออกมามากแล้วนะค่ะ เป็นการอธิบายคำๆ หนึ่ง คล้ายกับดิกชันนารีนั้นเองค่ะ ดังนั้นถ้า Web 3.0 เป็น Wiki ด้วยแล้วนั้น จะทำให้เราสามารถหา ความหมาย หรือข้อมูลต่างๆ ได้ละเอียด และแม่นยำมากขึ้น
7. Metadata (data about data) คือ การอธิบายข้อมูลด้วยข้อมูล โดยมันจะทำการคำนวณว่าข้อมูลที่เราใช้งานอยู่มีข้อมูลใดสัมพันธ์กันบ้างที่สามารถอธิบายข้อมูลตัวมันเองได้
8. Composite Applications เป็นการผสมผสาน Application หรือโปรแกรม หรือบริการต่างๆ ของเว็บ ที่มาจากแหล่งต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อประโยชน์ของผู้ใช้งานนั้นเอง
9. Ontology Language หรือ OWL เป็นภาษาที่ใช้ในการอธิบายสิ่งต่างๆ ให้มีความสัมพันธ์กัน โดยดูจากความหมายของสิ่งนั้นๆ ซึ่งก็จะเชื่อมโยงกับระบบ Metadata นั้นเอง
ค่ะจากการที่ได้เสนอไปก็พบว่าแนวโน้มไปในทางที่ดี น่าสนใจค่ะ พัฒนาขึ้นเรื่อยๆไม่มีหยุดและ เว็บ 3.0 ก็เป็นแบบอย่างที่ดีที่จะมีการพัฒนาไปเรื่อยๆเดี่ยวในภายภาคน่าก็จะมีการพัฒนาเว็บไปอีกเรื่อยๆ จะพัฒนาอย่างไรก็ติดตามต่อไปนะค่ะ เทคโนโลยีไม่เคยหยุดนิ่งค่ะ

อ้างอิง
คิดและวิเคราะห์ โดยนำเนื้อหามาวิเคราะห์จาก
http://lab.tosdn.com/?p=63
http://tatrionline.blogspot.com/2007/11/web-30-web-40-100.html



วิเคราะห์และเรียบเรียงโดย
นางสาวจินตหรา เขาวงค์
( 52010516007 )
สาขาเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น